วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สมุนไพรรักษาโรคไต เก๋ากี้ฉ่าย

เก๋ากี้ฉ่าย สมุนไพรรักษาโรคไต
   
       เก๋ากี้เป็นเครื่องยาจีนที่สำคัญ ถูกใช้เข้าตัวยาหลายขนานด้วยกันหลักๆจะเป็นยาขับพิษ ขับเลือด ขับปัสสาวะ และบำรุงอวัยวะภายใน จัดเป็นยาบำรุงชั้นดี รวมไปถึงใช้เป็นยาบำรุงสายตา รักษาโรคตาฟาง โรคต้อชนิดต่างๆเพิ่มความสามารถในการมองเห็น
     
     
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงดื่มบ่อยๆจะช่วยลดความดันโลหิต ทำให้หัวใจแข็งแรง สำหรับผู้ป่วยโรคไต ชาเก๋ากี้จะช่วยลดภาระให้แก่ไตของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการลดไขมันในกระแสเลือด ช่วยดูดซึมน้ำตาล ช่วยขับปัสสาวะ ชะลอการเสื่อมของไต

คัดลอกบทความดีๆมาจาก
http://www.manager.co.th/GoodHealth/ViewNews.aspx?NewsID=9580000074711

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559

หญ้าไผ่น้ำ สมุนไพรรักษาโรคไต

หญ้าไผ่น้ำ สมุนไพรรักษาบำรุงไต
หญ้าไผ่น้ำ หรือ หญ้าจุยเต็กเฉ้า หรือ หญ้าดอกฮวยอะเจียเฉ้า ถิ่นกำเนิดที่มณฑลกวงสี มณฑลกวางตุ้ง และมณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน เป็นไม้ล้มลุก มีลักษณะ ใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบเรียวกลม ด้านบนสีเขียว ด้านหลังสีม่วงบานเย็น มีก้านเป็นข้ออวบน้ำ เลื้อยตามดิน ก้านเถามีขนอ่อนๆ ดอกสีม่วง
ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ ด้วยข้อ พบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ข้างคันนา ริมธารน้ำหรือที่ว่างทั่วไป
หญ้าไผ่น้ำ หรือ TRADES- CANTIA FLUMINENSIS
ชื่อสามัญ RIVER SPIDERWORT-SMALL LEAF SPIDERWORT
ชื่อเรียกอีกคือ จุยเตกเฉ้า และ ฮวยเฮียะตะเจี่ยเฉ้า
ลักษณะทั่วไป
หญ้าไผ่น้ำเป็นไม้ล้มลุกจำพวกกึ่งเลื้อย ลำต้นกลม เป็นข้อปล้อง อวบนํ้า สีเขียวปนนํ้าตาล ต้นสูงไม่เกิน 1 ฟุต ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับตามข้อ เป็นรูปรี ปลายแหลม โคนใบเป็นกาบหุ้มลำต้นบริเวณข้อ สีเขียวสด ใบเมื่อขยี้จะมีนํ้าลื่นคล้ายเมือก ดอก เป็นสีม่วง หรือ สีนํ้าเงิน
ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำต้น พบขึ้นทั่วไปตามที่ชื้นแฉะ ริมลำธาร หรือตามคันนา
สรรพคุณ
สรรพคุณ ใช้ในการรักษาโรคไต ขับปัสสาวะ ยังสามารถลดการอับเสบของทางเดินปัสสาวะ บำบัดอาการต่อมลูกหมากโต บรรเทาอาการบวม แก้พิษร้อนใน แก้พิษงูกัด ชาวบ้านทั่วไปใช้ในการรักษาต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ลำคออักเสบ ท้องเดิน
ใช้เป็นยาทั้งต้นใช้สด หรือ ตากแห้งเก็บไว้ก็ได้ รสชาดเย็นจืด …
วิธีต้มหญ้าไผ่น้ำ
นำหญ้าไผ่น้ำประมาณ 100-150 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด ใส่หม้อต้ม (ควรเป็นหม้อเคลือบ) เติมน้ำสะอาด 2 ลิตร ต้มให้เดือดแล้วหรี่ไฟอ่อน ต้มอีกประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วตักเอาหญ้าไผ่น้ำออก จะเห็นน้ำใส ๆ เป็นสีบานเย็นอ่อน ไม่ควรใส่น้ำตาลหรืออย่างอื่น วางทิ้งไว้ให้เย็น แล้วบรรจุขวดเข้าตู้เย็นทานได้ทุกเวลา วันละ 3-4 แก้ว อีกวิธี หนึ่งคือ ใช้หญ้าไผ่น้ำ 500 กรัม (ครึ่ง กก.) ล้างน้ำให้สะอาด ใส่น้ำลงไป 6 ลิตร ต้มเดือดแล้วเคี่ยวไป 2 ชม.ครึ่ง แล้วตักเอาหญ้าออก แล้วนำบรรจุขวดเข้าตู้เย็น ทานวันละ 1 แก้วใหญ่ สำหรับผู้ป่วยโรคไตหลังจากทานหญ้าไผ่น้ำแล้ว ประมาณ 3 เดือน ควรไปเจาะเลือดตรวจค่า ของ BUN และ CREATNINE ด้วย
มีตำรับยาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมากมาย มีสมุนไพรเด่นที่สามารถรักษาโรคไตได้ผลดี จากผู้ที่เริ่มเป็นถึงขั้นฟอกเลือด และยังสามารถรักษาโรคเบาหวานได้อีกด้วย หญ้าไผ่น้ำเป็นยาเย็น ถ้ากินมากจะทำให้หนาวสั่น และปัสสะวะบ่อย จึงต้องกินแต่พอดี ทางแผนปัจจุบันไม่มียารักษาโรคไตได้ แค่รักษาตามอาการและควบคุมอาหาร พอสภาพไตเสื่อมถึงที่สุดจึงให้ฟอกเลือด เนื่องจากไตของคนเรามีหน้าทค่สำคัญในการล้างของเสียในเลือดที่ถูกส่งมาจากหัวใจถ้าไตเสื่อมสภาพไม่สามารถฟอกของเสียออกจากเลือดได้ทำให้เลือดมีของเสียไปหล่อเลี้ยงในร่างกาย และไตยังทำหน้าที่ให้น้ำในร่างกายระเหิด ร่างกายของคนที่มีภาวะไตเสื่อมจึงมีอาการบวมน้ำ การรักษาทางแพทย์แผนโบราณ ใช้หญ้าไผ่น้ำ ในการรักษาได้ผลเป็นที่หน้าพอใจ
ที่มา หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การอักเสบของทางเดินปัสสาวะ

การอักเสบของทางเดินปัสสาวะ
      การอักเสบของทางเดินปัสสาวะที่สำคัญ  ประกอบด้วยโรคที่สำคัญ ๓ โรค ด้วยกัน คือ
ทางเดินปัสสาวะส่วนล่างอักเสบเฉียบพลัน
ไตและกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน
ไตและกรวยไตอักเสบเรื้อรัง
      การอักเสบของทางเดินปัสสาวะ  เป็นโรคที่พบได้บ่อยมาก และเป็นโรคซึ่งอาจจะทำให้มีการทำลายของเนื้อไตได้ในภายหลังจนถึงกับเกิดมีภาวะไตวายเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญของผู้ป่วยโรคไตถ้าไม่เข้ารับการรักษาที่ถูกต้องโดยเร็ว บัคเตรีที่เกี่ยวข้องกับทางเดินปัสสาวะที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่ อีโคไลสตาฟิโลค็อกคัส ออรีอุส (Staphylococcus aureus) โพรเทอุส วัลการิส (Proteus vulgaris) ซูโดโมนัสไพโอไซอาเนีย (Pseudomonas pyosyanea) สเตร็ปโตค็อกคัส ฟีคาลิส (Streptococcus  faecalis) นอกจากนี้ บัคเตรีประเภทโกโนค็อกไซ  (gonococci) ก็พบได้บ่อยเช่นเดียวกัน      การอักเสบของทางเดินปัสสาวะส่วนล่างเฉียบพลันเป็นโรคซึ่งพบได้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยหญิง ทั้งนี้เพราะว่าในผู้หญิงมีหลอดปัสสาวะสั้นทำให้เชื้อโรคมีโอกาสที่จะกระจาย ได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบริเวณส่วนขาหนีบ โรคนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อยและมักจะกระตุ้นให้มีอาการได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีอันตรายเพียงเล็กน้อย  เช่น  จากการร่วมเพศ อาการที่สำคัญ ได้แก่ อาการถ่ายปัสสาวะขัด ปัสสาวะบ่อย และอาจจะมีอาการทั่วๆ ไปอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบร่วมด้วย อาการดังกล่าวมักจะดีขึ้นได้ภายใน ๒-๓ วัน แต่อาจจะมีอันตรายได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การติดเชื้อดังกล่าว อาจจะเกิดซ้ำขึ้นได้อีก และอาจจะมีการลุกลามของเชื้อขึ้นไปสู่กระเพาะปัสสาวะ หลอดไต จนถึงกรวยไต ทำให้มีกรวยไตและเนื้อไตอักเสบเฉียบพลันขึ้นได้ การตรวจปัสสาวะมักพบว่า มีเม็ดเลือดขาวและการเพาะเชื้อจากปัสสาวะอาจพบบัคเตรีที่เป็นสาเหตุด้วย ในผู้ป่วยที่มีอาการแพทย์จะให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่ไวต่อเชื้อกรวยไตและไตอักเสบเฉียบพลัน
      โรคกรวยไตและไตอักเสบเฉียบพลันนี้  มักจะเป็นผลเนื่องจากมีการลุกลามของบัคเตรีจากการอักเสบติดเชื้อของทางเดิน ปัสสาวะขึ้นไปตามหลอดไตจนถึงบริเวณกรวยไต นอกจากนี้การอักเสบอาจกระจายมาตามกระแสเลือดได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอักเสบจากเชื้อสเตร็ปโตค็อกไซ การที่ปัสสาวะไม่สามารถไหลจากบริเวณกรวยไตออกไปสะดวก ทำให้มีการคั่งค้างของปัสสาวะ จะทำให้มีโอกาสที่จะติดเชื้อชนิดนี้ได้บ่อย เช่น ในหญิงมีครรภ์ ในชายที่มีการอุดกั้นของบริเวณคอของกระเพาะปัสสาวะ  เช่น จากต่อมลูกหมากโต หรือในผู้ป่วยที่เป็นโรคของระบบประสาททำให้มีความผิดปกติของการถ่ายปัสสาวะ และในผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในไต เป็นต้น ในรายที่เป็นรุนแรง การอักเสบติดเชื้อนั้นจะลุกลามเข้าไปสู่เนื้อของไต ทำให้เนื้อของไตอักเสบ      อาการที่เกิดขึ้นมักจะเกิดขึ้นทันทีโดยอาจจะมีประวัติของการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะส่วนล่างนำมาก่อนผู้ป่วยมักมีอาการทั่วไปมากกว่าในการอักเสบของทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง  เช่น มีไข้ หนาวสั่นอ่อนเพลีย ปวดหรือเมื่อยที่บริเวณหลังใกล้กับที่ตั้งของไตทั้งสองข้าง ปวดที่บริเวณหัวหน่าว ปัสสาวะบ่อยและขัด  การตรวจอาจพบว่ามีการกดเจ็บที่บริเวณไตข้างเดียวหรือสองข้าง   มีเม็ดเลือดขาวในเลือดสูงเกินปกติและมีเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะเป็นจำนวนมาก เป็นต้น

ขอบคุณขอมูลจาก
http://www.piyavate.com/article/frontend/article_detail/id/323

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สาเหตุของโรคไต งานเข้าแล้ว

โรคไต หมายถึง โรคอะไรก็ได้ที่มีความผิดปกติหรือที่เรียกว่า พยาธิสภาพ เกิดที่บริเวณไต ที่พบมาก ได้แก่
โรคไตวายฉับพลันจากเหตุต่างๆ
 
โรคไตวายเรื้อรังเกิดตามหลังโรคเบาหวาน โรคไตอักเสบ หรือโรคความดันโลหิตสูง
 
โรคไตอักเสบเนโฟรติก
 
โรคไตอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันสับสน (โรค เอส.แอล.อี.)
 
โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
 
โรคถุงน้ำที่ไต (Polycystic Kidney Disease)
อาการ

ปัสสาวะเป็นเลือด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรคไต แต่ก็อาจจะไม่ใช่ก็ได้ โดยจะปัสสาวะเป็นเลือด อาจเป็นเลือดสดๆ เลือดเป็นลิ่มๆ

ปัสสาวะเป็นสีแดง สีน้ำล้างเนื้อ สีชาแก่ๆ หรือปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้ม ก็ได้

ปัสสาวะเป็นฟองมาก เพราะมี albumin หรือโปรตีนออกมามาก จะทำให้ปัสสาวะมีฟองขาวๆ เหมือนฟองสบู่

การมีปัสสาวะเป็นเลือด พร้อมกับมีไข่ขาว-โปรตีนออกมาในปัสสาวะพร้อมๆ กัน เป็นข้อสันนิฐาน ที่มีน้ำหนักมากว่าจะเป็นโรคไต

ปัสสาวะขุ่น อาจเกิดจากมี เม็ดเลือดแดง (ปัสสาวะเป็นเลือด) เม็ดเลือดขาว (มีการอักเสบ) มีเชื้อแบคทีเรีย (แสดงว่ามีการติดเชื้อ) หรืออาจเกิดจากสิ่งที่ร่างกายขับออกจากไต แต่ละลายได้ไม่ดี เช่น พวกผลึกคริสตัลต่างๆ เป็นต้น
 
การผิดปกติของการถ่ายปัสสาวะ เช่นการถ่ายปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบ ปัสสาวะราด เบ่งปัสสาวะ อาการเหล่านี้ ล้วนเป็นอาการผิดปกติ ของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่นกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก และท่อทางเดินปัสสาวะ
 
การปวดท้องอย่างรุนแรง (colicky pain) ร่วมกับการมีปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่น หรือมีกรวดทราย แสดงว่าเป็นนิ่วในไต และทางเดินปัสสาวะ
 
การมีก้อนบริเวณไต หรือบริเวณบั้นเอวทั้ง 2 ข้าง อาจเป็นโรคไต เป็นถุงน้ำการอุดตันของไต หรือเนื้องอกของไต
การปวดหลัง ในกรณีที่เป็นกรวยไตอักเสบ จะมีอาการไข้หนาวสั่น และปวดหลังบริเวณไต คือ บริเวณสันหลังใต้ซี่โครงซีกสุดท้าย
 
อาการบวม โดยเฉพาะการบวมที่บริเวณ หนังตาในตอนเช้า หรือหน้าบวม ซึ่งถ้าเป็นมาก จะมีอาการบวมทั่วตัว อาจเกิดได้ในโรคไตหลายชนิด แต่ที่พบได้บ่อย โรคไตอักเสบชนิดเนฟโฟรติค ซินโดรม (Nephrotic Syndrome)
 
ความดันโลหิตสูง เนื่องจากไตสร้างสารควบคุมความดันโลหิต ประกอบกับไต มีหน้าที่รักษาสมดุลของน้ำ และเกลือแร่ในร่างกาย เพราะฉะนั้นความดันโลหิต สูงอาจเป็นจากโรคไตโดยตรง หรือในระยะไตวายมากๆ ความดันโลหิตก็จะสูง ได้
 
ซีดหรือโลหิตจาง เช่นเดียวกับความดันโลหิตสูง สาเหตุของโลหิตจางมีได้ หลายชนิด แต่สาเหตุที่เกี่ยวกับโรคไตก็คือ โรคไตวายเรื้อรัง (Chronic renal failure) เนื่องจากปกติ ไตจะสร้างสารอีริโธรโปอีติน (Erythopoietin) เพื่อไปกระตุ้นให้ไขกระดูก สร้างเม็ดเลือดแดง เมื่อเกิดไตวายเรื้อรัง ไตจะไม่สามารถสร้างสารอีริโธรโปอีติน (Erythopoietin) ไปกระตุ้นไขกระดูก ทำให้ซีด หรือโลหิตจาง มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หน้ามืด เป็นลมบ่อยๆ
อย่างไรก็ตาม ควรต้องไปพบแพทย์ ทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด เอ็กซ์เรย์ จึงจะพอบอกได้แน่นอนขึ้น ว่าเป็นโรคไตหรือไม่
สาเหตุ

 
เป็นมาแต่กำเนิด (Congenital) เช่นมีไตข้างเดียว หรือไตมีขนาดไม่เท่ากัน โรคไตเป็นถุงน้ำ (Polycystic kidney disease) ซึ่งเป็น กรรมพันธุ์ด้วย เป็นต้น
 
เกิดจากการอักเสบ (Inflammation) เช่นโรคของกลุ่มเลือดฝอยของไตอักเสบ (glomerulonephritis)
เกิดจากการติดเชื้อ (Infection) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเป็นส่วนใหญ่ เช่นกรวยไตอักเสบ ไตเป็นหนอง กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (จากเชื้อ โรค) เป็นต้น

เกิดจากการอุดตัน (Obstruction) เช่นจากนิ่ว ต่อมลูกหมากโต มะเร็งมดลูกไปกดท่อไต เป็นต้น

สมุนไพรอะไรรักษาโรคไตได้ดีที่สุด

กระชาย และเพื่อนสมุนไพรอื่นๆ สมุนไพรบำรุงไต
          อาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา นักธรรมชาติบำบัด ได้แนะนำ สูตรน้ำกระชาย สำหรับบำรุงไต บำรุงสมอง บำรุงกระดูกมีแคลเซียมสูง ปรับสมดุลของฮอร์โมน
ส่วนประกอบน้ำกระชาย
กระชายเหลืองหรือที่ชาวบ้านเรียกว่ากระชายแกง             1 ขีด
ใบโหระพา หรือใบบัวบก (ใส่เพื่อดับกลิ่นกระชาย)
น้ำผึ้ง                                                                                 2 ช้อนโต๊ะ
มะนาว                                                                               2 ลูก
น้ำ                                                                                     2 แก้ว
วิธีทำ
          เอากระชายปอกเปลืองแล้วล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้น ใส่ใบโหระพา กับน้ำแล้วปั่น กรองเอาเฉพาะน้ำ เติมน้ำผึ้งแล้วบีบมะนาว น้ำกระชายที่ปั่นแล้วกรองเอาเฉพาะน้ำแล้ว สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน ทำเก็บไว้กินได้เป็นอาทิตย์
          ใบโหระพาหรือ ใบบัวบก นอกจากใส่เพื่อดับกลิ่นกระชายแล้ว กินใบโหระพาวันละ 7ยอด เป็นยาอายุวัฒนะ ส่วนใบบัวบกบำรุงสมอง
          เสริมด้วยอาหารบำรุงไต อย่างเห็ดหูหนูดำ หากน้ำเห็ดหูหนูดำรวมกับเห็ดอื่นอีก 2 ชนิด รวมเป็นสามชนิดมารวมกัน ทำเป็นต้มจืด ต้มยำ หรือจะแกงก็ได้ แต่อย่าผัดกับทอด นอกจากจะบำรุงไตแล้ว ยังบำรุงตับด้วย

สมุนไพรบำรุงไตอื่นๆ
1.ผลหม่อนหรือที่เรียกว่าลูกหม่อน กินสดทั้งผล
สรรพคุณ: บำรุงไต แก้การอักเสบของเนื้อไต
2.เกสรหรือไหมข้าวโพดและซังข้าวโพด เอาตากแห้งแล้วต้มน้ำดื่มแทน
สรรพคุณ: แก้ไตอักเสบ ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ โรคเบาหวาน
3.ใบข่อย ใช้ต้มน้ำแบบใบชา ดื่มแทนน้ำ
สรรพคุณ: แก้ไตพิการ ขับปัสสาวะ
4.ใบ ต้น และรากหรือเหง้าของเตย ต้มดื่มแทนน้ำ
สรรพคุณ: แก้กระษัย ไตพิการ ขับปัสสาวะ
5.ดอกบานไม่รู้โรย(เฉพาะดอกสีขาว) ใช้ต้มดำแบบน้ำชาแทนน้ำ
สรรพคุณ: แก้กระษัย แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับปัสสาวะ